-
ชื่อเรื่องภาษาไทยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคณะสงฆ์ในอําเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสาราณียธรรม
- ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษHuman Resource Development of the Sangha in Takhli District, Nakhon Sawan Province to Saraniyadhamma
- ผู้วิจัยพระมหาจรัญ พุทธสิริ (พรบุญ)
- ที่ปรึกษา 1พระครูนิวิฐศีลขันธ์, ดร.
- ที่ปรึกษา 2พระปลัดสมบัติ ฐิติญาโณ, ดร.
- วันสำเร็จการศึกษา15/03/2016
- ส่วนงานจัดการศึกษา:
- ชื่อปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.)
- ระดับปริญญาปริญญาโท
- สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
- URI http://e-thesis.iteam.co.th/thesis/2021
- ปรากฏในหมวดหมู่วิทยานิพนธ์
- ดาวน์โหลด 227
- จำนวนผู้เข้าชม 218
บทคัดย่อภาษาไทย
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคณะสงฆ์ใน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ตามหลักสาราณียธรรม 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคณะสงฆ์ใน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ตามหลักสาราณียธรรม โดยจําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคณะสงฆ์ใน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ตามหลักสาราณียธรรม
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้การวิจัย เชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ พระสงฆ์ในพื้นที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 257 รูป เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ หาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทาง เดียว (One Way ANOVA ) เมื่อพบว่ามีความแตกต่างกันจึงทำการเปรียบเทียบรายคู่โดยมีผลต่าง นัยสำคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference: LSD)และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) จำนวน 7 ท่าน โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท
ผลการวิจัยพบว่า
1) ระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคณะสงฆ์ใน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสาราณียธรรม โดยภาพรวม พระสงฆ์มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อยู่ในระดับมาก (X̅ =4.11) เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน
2) การเปรียบเทียบความคิดเห็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคณะสงฆ์ใน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ตามหลักสาราณียธรรม โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ จำนวน พรรษา วุฒิการศึกษาสามัญ วุฒิการศึกษาทางธรรม และวุฒิการศึกษาทางเปรียญธรรม พบว่าพระสงฆ์ที่มีอายุ จำนวนพรรษา วุฒิการศึกษาสามัญ วุฒิการศึกษาทางธรรม และวุฒิการศึกษาทาง เปรียญธรรม ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคณะสงฆ์ ในอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ตามหลักสาราณียธรรม โดยรวมไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้
3) ปัญหา อุปสรรคของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคณะสงฆ์ ในอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ตามหลักสาราณียธรรม คือ ปัญหาการวางตัวให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ปัญหาการ พูดจาด้วยเหตุด้วยผล ปัญหาการเปิดโอกาสให้พระสงฆ์และกรรมการวัดมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ปัญหาการแบ่งงานตามความเหมาะสมเป็นธรรมแก่ทุกคน ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่โดยรักษาระเบียบวินัย และปัญหาการประชุมแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ส่วนข้อเสนอแนะในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคณะสงฆ์ใน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ตามหลักสาราณียธรรม คือ ควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว ควรมีมนุษย์สัมพันธ์ พูดจาดี มีอัธยาศัยไมตรีดี ยิ้มแย้มแจ่ม ใส ควรพูดจาและทำงานด้วยการเอาใจใส่ดูแลทุกข์สุขของทุกคน ควรพัฒนาวัดด้วยความจริงใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ควรปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และควรมีการทำงานเป็นทีม
บทคัดย่อภาษาอังกฤษ
The main objectives of this research are : 1) to study human resource development of the sangha in Takhli district, Nakhon Sawan province to saraniyadhamma ; 2) to compare opinion human resource development of the sangha in Takhli district, Nakhon Sawan province to saraniyadhamma by personal factors; 3) to study the problems, obstacle and suggestions for human resource development of the sangha in Takhli district, Nakhon Sawan province to saraniyadhamma
This research applied the Mixed Methods Research consisting of the qualitative and quantitative research. The sample was 257 monks in Takhli district, Nakhon Sawan province. The tools of the research were questionnaire with the 0.91.The statistics for analysis data used Frequencies, Percentage, Mean, Standard Deviation, t-test and F-test with One Way ANOVA and Least Significant Difference (LSD.)and in-Depth interview from the 7 key informants.
Results of the Research
1) Human resource development of the sangha in Takhli district, Nakhon Sawan province to saraniyadhamma the high level (X̅=4.11). When considering each aspect at the high level in all aspects.
2) The compare opinion human resource development of the sangha in Takhli district, Nakhon Sawan province to saraniyadhamma by personal factors to age, rainy season, general education, palieducation, and theologian education were monks having the different age, rainy season, general education, palieducation, and theologian education had no opinion human resource development of the sangha in Takhli district, Nakhon Sawan province to saraniyadhamma. Therefore, the hypothesis was denied.
3) Problems, obstacle for human resource development of the sangha in Takhli district, Nakhon Sawan province to saraniyadhamma were problem rest to suit the position, problem talks with the results, problem issue of allowing priests and temple committee to participate in the review, problem division of labor as appropriate be fair to everyone, problem duty by maintaining discipline, and problem fix the problems together to get things done well. Suggestions for human resource development of the sangha in Takhli district, Nakhon Sawan province to saraniyadhamma were should act quickly, should good interpersonal flattering hospitable smiling, should talking and work with caring for the welfare of all people, should develop measures with sincerity without expecting something in return, should act as a role model, and should work as a team.
รายการไฟล์
ชื่อ | ไฟล์ | ขนาด | ประเภทไฟล์ | ดาวน์โหลด | วันที่ทำรายการ | |
---|---|---|---|---|---|---|
Full Text | Full Text.pdf | 6.08 MiB | 227 | 7 ส.ค. 2564 เวลา 06:54 น. | ดาวน์โหลด |