โทรศัพท์: 035-248000 ต่อ 8176 | อีเมล: [email protected]

  • ชื่อเรื่องภาษาไทย
    ความคิดเห็นของประชาชนที่มีผลต่อความเข้มแข็งของชุมชน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
  • ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษThe Public Opinion on Strength of The Community, Mueang District, Nakhon Ratchasima Province
  • ผู้วิจัยPhra Pisey Sikkhapiyo (Chhieng)
  • ที่ปรึกษา 1ผศ.ดร.โกนิฏฐ์ ศรีทอง
  • ที่ปรึกษา 2ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ สังวรวรรณ์
  • วันสำเร็จการศึกษา17/11/2017
  • ส่วนงานจัดการศึกษา:บัณฑิตวิทยาลัย
  • ชื่อปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.)
  • ระดับปริญญาปริญญาโท
  • สาขาวิชาการพัฒนาสังคม
  • URI http://e-thesis.iteam.co.th/thesis/534
  • ปรากฏในหมวดหมู่วิทยานิพนธ์
  • ดาวน์โหลด 213
  • จำนวนผู้เข้าชม 399

บทคัดย่อภาษาไทย

             การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1 ) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของประชาชนที่มีผลต่อความเข้มแข็งของชุมชน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา   3) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการวิจัยตามระเบียบวิจัยแบบผสานวิธี โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 370 คน โดยใช้วิธีสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้สูตรของ เครซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ การทดสอบค่าที การตรวจสอบ ค่าเอฟ โดยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยสุด  กับการวิจัยคุณภาพ  ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก   กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 15 รูป/คน ซึ่งใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา ประกอบบริบท
 
             ผลการศึกษาวิจัยพบว่า
 
             1) ประชากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุตั้งแต่ 56 ปีขึ้นไป มีการศึกษาในระดับปริญญาตรี และมีระยะเวลาในการอยู่อาศัย ตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่มีตำแหน่งในชุมชน มีรายได้ ตั้งแต่ 13,000 บาทขึ้นไป และส่วนใหญ่มีอาชีพรับราชการ
 
             2) ความคิดเห็นของประชาชนที่มีผลต่อความเข้มแข็งของชุมชน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านสังคมและวัฒนธรรม และด้านจิตใจ อยู่ในระดับมาก ส่วนด้านการเมืองการปกครอง และด้านเศรษฐกิจ อยู่ในระดับปานกลาง
 
             3) เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีผลต่อความเข้มแข็งของชุมชน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จำแนกตามสถานภาพส่วนบุคคลโดยรวม กลุ่มตัวอย่างที่มีสถานภาพ เพศ, อายุ, ระดับการศึกษา, ระยะเวลาในการอยู่อาศัย, ตำแหน่งในการบริหารองค์กรชุมชน, ระดับรายได้ต่อเดือนของครัวเรือน, และอาชีพ ต่างกัน มีความคิดเห็นที่มีผลต่อความเข้มแข็งของชุมชน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา แตกต่างกัน ซึ่งยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
 
          4) ข้อเสนอแนะแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาส่วนใหญ่ คือ 1) ด้านการเมืองการปกครอง ควรเปิดเวทีให้ประชาชนได้เข้าร่วมเสวนา แสดงความคิดเห็น ร่วมแก้ปัญหาต่างๆ ของชุมชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนในทุกกระบวนการ 2) ด้านเศรษฐกิจ ควรเดินตามรอยพระราชดำริ ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก ในการแก้ปัญหา และพัฒนา 3) ด้านสังคมและวัฒนธรรม ควรมีการประชุมสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนกับองค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน และวัด ในการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณี วัฒนธรรม 4) ด้านจิตใจ ควรมีการจัดโครงการอบรมศีลธรรม จริยธรรม ให้เด็กและเยาวชน พร้อมทั้งผู้ใหญ่เพื่อพัฒนาจิตใจให้มั่นคง โดยมีการเข้าร่วมของประชาชน ทั้งภาครัฐ และเอกชนต่างๆ

บทคัดย่อภาษาอังกฤษ

The research consists of three main objectives, namely: (1) to study the public opinion that affects strength of the community Mueang District, Nakhon Ratchasima, 
(2) to compare the public opinion on strengthening the community Mueang District, Nakhon Ratchasima; and (3) to study problems, obstacles and suggestions for strengthening the community Mueang District, Nakhon Ratchasima. The research was the Mixed Methods: Quantitative Research by survey research and Qualitative Research. The data collection was conducted with the help of questionnaire. The sample of this study consisted of 370 people in the area of Joho Sub-District Administrative Organization Mueang District, Nakhon Ratchasima by using Krejcie and Morgan’s Formula. The data were analyzed by statistical techniques such as Frequency, Percentage, Mean, Standard Deviation, t-test, F-test (One–Way ANOVA) and Least Significant Difference: LSD. And for Qualitative Research, the data collection was conducted by In-depth Interview with 15 key-informants; and finally, the Content Analysis Technique was used for data analysis.

The findings of the research are as follows.
 
1) The majority of respondents were female aging 56 years or older, educated in Bachelor of Arts, and living in the area for 21 years or more. Most of them have no position in the community, earn more than 13,000 baht, and work in governmental sector.
 
2) As for the people's opinions on strengthening the community of Mueang District, Nakhon Ratchasima Province, it has been found opinions toward all aspects were at high level; having considered each aspect, the aspects of Socio-culture and mental have been found in high level, the political and economic aspects were in moderate.
 
3) As for the comparison of public opinion on the strength of the community Mueang District, Nakhon Ratchasima Province, classified by personal data, it has been found that people with different gender, age, educational level, length of stay, place of management, community organization, monthly income level of household, and occupation have different opinions with statistical significance at 0.05 levels, accepting the settled hypothesis. 
 
4) As for the recommendations on strengthening the community Mueang District, Nakhon Ratchasima Province, it has been recommended that: 1) Aspect of Politic: it should be opened for the public to participate in the forum, comment to solve problems of the community and allow people to involve in all processes of community development; 2) Aspect of Economy: people should follow the step of royal initiatives well-known as the Sufficiency Economy Philosophy to solve problems and develop; 3) Aspect of Socio-culture: there should be meetings between public and organizations of government and private sectors as well as monasteries to measure and preserve cultural traditions;  and 4) Aspect of Mental: there should be some projects to train moral education for children and youth as well as adults with the purpose to develop a stable mind in which both the public and private sectors participated.

รายการไฟล์

ชื่อ ไฟล์ ขนาด ประเภทไฟล์ ดาวน์โหลด วันที่ทำรายการ
Full Text Full Text.pdf 7.83 MiB 213 7 มิ.ย. 2564 เวลา 19:12 น. ดาวน์โหลด